เจาะลึกความยั่งยืน 54 ปี “ILC” ผู้บุกเบิก OEM เครื่องสำอางแห่งแรกในไทย เผยโร้ดแมป 5 ปี เตรียมยกระดับสูตรความงามไทย กระหึ่มเวทีโลก

ccailc01.jpg

บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด ผู้นำธุรกิจ OEM เครื่องสำอางแห่งแรกในประเทศไทย เผยโร้ดแมป 5 ปี เตรียมยกระดับสินค้าความงามประเทศไทย กระหึ่มเวทีโลก พร้อมสร้างคุณค่าทรัพยากรความงามไทย สนับสนุนชุมชนผลิตวัตถุดิบป้อนโรงงาน ลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ พลิกโฉมโรงงานด้วยแนวคิด Eco Economy มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานสะอาดในทุกการตอนการผลิต ใส่ใจทุกขั้นตอน เพื่อผลิตสินค้า “ความงาม” ที่ยั่งยืน เข้าถึงเข้าใจผู้บริโภคด้วยการบริการอย่าง Expert Solution

นางสาวบุษบา จินตโสภณ กรรมการและผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด หรือ ILC กล่าวว่า บริษัท บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด หรือ ILC ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2513 โดย ดร.เทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้ง บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นผู้บุกเบิกด้านการผลิตเครื่องสำอางรายแรกในประเทศไทย ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามายาวนานกว่า 54 ปี ด้วยความมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมความงามที่เป็นเลิศแก่ผู้บริโภค ด้วยทีมงานมืออาชีพที่ให้บริการแบบ One Stop Service ครบจบในที่เดียว และมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก

ตลอด 54 ปีที่ผ่าน ILC อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเครื่องสำอางกว่า 100 แบรนด์ อาทิ BSC, ARTY, KMA, Honei V, Shinee, Enfant ฯลฯ โดยสัดส่วนลูกค้าในปัจจุบันคือ ลูกค้าเดิม 70 % และลูกค้ารายใหม่ 30% สำหรับลูกค้ารายใหม่จะเป็นกลุ่มที่มี BRAND อยู่แล้ว หรือที่ต้องการสร้างแบรนด์สินค้าของตนเองโดยลูกค้าในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าจากต่างประเทศ อาทิ อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เอเชีย, Influencer, และ ยังมีผู้ประกอบการที่เน้นช่องการขายทางออนไลน์

นางสาวบุษบา จินตโสภณ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันเทรนด์สินค้าความเปลี่ยนแปลงไปมาก สิ่งที่เห็นชัดเจน คือ ทั่วโลกให้ความใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ILC จึงตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ ว่า เราจะเป็นโรงงานในประเทศไทย ที่สร้างสรรผลิตเครื่องสำอางที่ปลอดภัย มีคุณภาพ เปี่ยมด้วยนวัตกรรมความงามที่เข้าถึงเข้าใจความต้องการผู้บริโภค ด้วยการบริการอย่าง Expert Solution

โดยปัจจุบันเทรนด์ฮิตของเครื่องสำอางและสกินแคร์ คือ การบำรุง ฟื้นฟู “ผิว” ให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก เพื่อความงามที่ยั่งยืน

สำหรับสัดส่วนยอดขายในกลุ่มเครื่องสำอาง เราแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.เครื่องสำอางสีสัน มีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 25% 2.สกินแคร์ บำรุงผิว สัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 30% 3.ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม สัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 10% โดยในปีที่ผ่านมาเรามียอดขายอยู่ที่ 3,800 ล้านบาท และในปีนี้เราตั้งเป้าเติบโต 15-20% ประมาณ 4,500 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เครื่องสำอางเติบโตอย่างไม่หยุดนิ่ง คือ คนหันมาใส่ใจสุขภาพและความงามมากขึ้น ทุกเพศทุกวัย เพื่อซื้อเครื่องสำอางที่ทำให้ตัวเองสวยและดูดีตลอดเวลา

นางสาวบุษบา จินตโสภณ กล่าวปิดท้ายว่า ปัจจัยที่ทำให้บริษัทเติบโตมายาวนาน 54 ปี คือ เรายึดหลักแนวคิดความสำเร็จของท่าน (ลูกค้า) คือรางวัลของเรา “ลูกค้าเจริญ …เราก็เจริญด้วย” ดังนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราจึงไม่หยุดค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า เป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีในการดำเนินธุรกิจ “ซื่อสัตย์ จริงใจ” สำหรับแผนดำเนินธุรกิจอีก 5 ปี เราตั้งใจจะทำให้ธุรกิจเครื่องสำอางไทยก้าวสู่เวทีโลก ด้วยนวัตกรรมที่คิดค้นโดยคนไทย วัตถุดิบจากประเทศไทย

ดังนั้นอีกหนึ่งปัจจัยที่เรามุ่งเน้น คือ การสนับสนุนให้ชุมชนปลูกหรือผลิตวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเครื่องสำอางป้อนให้แก่โรงงานของเรา เพื่อลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับชุมชน นอกจากนี้เรายังใส่ใจสิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ มากกว่าแสนต้น, สนับสนุนการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล โดยเราหวังว่า สิ่งเหล่านี้ เป็นการช่วยปลูกจิตสำนึกในชุมชน และสังคม ที่ช่วยนำพาไปสู่การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกโพสต์ หรือเขียนขึ้นโดย: อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์

ทางทีม prinsiderth.com (PR Insider Thailand) ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนข่าวหรือโพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ เว็บเป็นเพียงสื่อกลาง ที่เปิดให้เจ้าของข่าวประชาสัมพันธ์หรือตัวแทนโดยชอบธรรมได้โพสต์ด้วยตัวเอง